top of page

สวัสดีทุกคน

นายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ (Dr.Somjate Manipalviratn) เป็นแพทย์ที่ไร้จรรยาบรรณและเป็นบุคคลไร้ศีลธรรมที่กำลังเสแสร้งว่าตัวเองเป็นมืออาชีพ Ms. XYZ ซึ่งเป็นคนไข้ของเขาได้ยื่นคำร้องเรียนเกี่ยวกับเขาที่สถานีตำรวจยานนาวาในกรุงเทพฯ และสถานีตำรวจสเติร์ท (Sturt Police Station) ในเมืองแอดิเลด (ประเทศออสเตรเลีย) ได้รับแจ้งเกี่ยวกับคำร้องเรียนที่ยื่นไว้ที่สถานีตำรวจยานนาวาแล้ว Ms. XYZ (ชาวรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย และเป็นพลเมืองสัญชาติออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2007) อยากที่จะแบ่งปันประสบการณ์ของเธอเกี่ยวกับนายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์

​ขณะที่นายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ ปฏิบัติงานอยู่ที่ Superior ART และที่โรงพยาบาลเจตนิน เขามีคนไข้ชาวอินเดียหนึ่งคน (Ms. XYZ) จากออสเตรเลีย/สิงคโปร์ซึ่งไปที่ Superior Art เพื่อเลือกเพศในการทำเด็กหลอดแก้ว(IVF)  ก่อนที่จะมีการย้ายตัวอ่อน Ms. XYZ ได้สอบถามนายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ ว่ามั่นใจเรื่องตัวอ่อนนั้นหรือไม่ เขาพูดว่า “มั่นใจ 100%” จากนั้นมีการเปิดเผยว่าผู้ทบทวนได้ตรวจรายงานผิดพลาดและต่อมานายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ ก็ได้ยอมรับด้วยตนเองว่าความผิดพลาดนั้นเป็นของ Superior ART

ระหว่างการทำ IVF รอบที่สอง (ซึ่งเป็นการทำ IVF รอบสองที่เธอไม่ต้องการเลย แต่อดีตสามีของเธอต้องการให้ทำ) นายแพทย์สมเจตน์มีท่าทีเป็นมิตรกับเธอมาก และนายแพทย์สมเจตน์ยังสนับสนุนให้เธอเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อทำ IVF เพียงลำพังทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้อยากไปกรุงเทพฯ เขาอ้างว่าเขายุ่งมาก เขาเคยตอบกลับอีเมลที่เธอส่งไปยังอีเมลที่ทำงานของเขาทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เธอบอกเขาทางอีเมลเรื่องที่เธอถอดแหวนแต่งงานไม่ออก เพราะเธอถูกขอให้ถอดเครื่องประดับทั้งหมดก่อนกระบวนการเก็บไข่ เขาส่งอีเมลหาเธอเพื่ออธิบายว่าเธอสามารถใช้น้ำมันและถุงพลาสติกเพื่อถอดแหวนอย่างไร เขาเคยโทรหาเธอหลังจากกระบวนการเก็บไข่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับขั้นตอนทางการแพทย์ทั้ง ๆ ที่เขาโทรหาสามีของเธอก็ได้ (อดีตสามีในปัจจุบัน) นอกจากนี้เขายังตอบตกลงด้วยรอยยิ้มเมื่อเธอชวนเขาไปดื่มกาแฟ (ราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะชวนเขาไปดื่มกาแฟ…น่าสงสัยมาก) ดูเหมือนว่าเขาชอบที่เธอให้ความสนใจและแสดงออกว่าชอบเขา เธอค่อนข้างสวยและเคยถูกชวนให้ไปเป็นนางแบบหลายครั้งตอนเธอยังสาวและยังอยู่ที่อินเดีย ถ้าคิดดูดี ๆ นั่นคือกับดักที่ถูกวางไว้ก่อนที่การทำ IVF รอบสองจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ

ในการตอบกลับ​ (ทางอีเมล) จากนายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ ต่ออีเมลของ Ms. XYZ ได้มีการแนบคำเชิญเข้าสู่ iMessage ไว้ด้วย นายแพทย์สมเจตน์ใช้อีเมลที่ทำงานของ Superior ART (ที่เขาได้ให้เธอไว้ระหว่างการทำ IVF) เป็น Apple ID ของเขาและส่งคำเชิญเข้าสู่ iMessage ไปที่ Ms. XYZ ในขณะนั้น Ms. XYZ ซึ่งรู้สึกชอบนายแพทย์สมเจตน์และกำลังมีปัญหาในชีวิตสมรสอยู่แล้วได้เริ่มส่งข้อความไปหานายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ และเป็นที่น่าประหลาดใจที่นายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ ก็เริ่มอ่านข้อความหวานซึ้งเหล่านั้นทาง iMessage เขาอ่านข้อความที่เธอส่งหาเขาทุกวันตลอดทั้งวัน (อย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง) เป็นเวลา 2 ปีโดยที่ไม่เคยตอบกลับ โดยเฉลี่ยแล้วเธอส่งข้อความหาเขาเป็นระยะรวม 2 ชั่วโมงตลอดทั้งวันและเขาอ่านข้อความเหล่านั้นทันที (ดูได้จากข้อความแจ้งว่า “อ่านแล้ว”) ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่าเขาเฝ้ารอข้อความของเธออยู่เสมอ เขาไม่ได้คิดที่จะบอกครอบครัวของเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้แถมยังไม่บล็อกข้อความที่เข้ามา การส่งข้อความแจ้งว่า “อ่านแล้ว” (จากฝั่งของเขา) และการรับข้อความแจ้งว่า “อ่านแล้ว” (จากฝั่งของเธอ) กลายเป็นเหมือนการตอบกลับรูปแบบหนึ่งเพราะเธอยังคงส่งข้อความต่อไปเป็นระยะเวลาถึง 2 ปีซึ่งมันกลายเป็นเหมือนการเป็นชู้รักกันระหว่างนายแพทย์สมเจตน์และ Ms. XYZ เธอยังรู้สึกผูกพันทางอารมณ์กับเขามาก ก่อนที่ใครก็ตามจะเริ่มตัดสินเธอ เธอมีชีวิตสมรสที่ไม่ราบรื่น (20 ปี) ซึ่งเธอได้พูดเรื่องนี้ในข้อความที่เธอส่งหานายแพทย์สมเจตน์และเขาก็ยังคงอ่านข้อความเหล่านั้นอย่างต่อเนื่องซึ่งทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นจากเขา จนในที่สุดเธอก็หยุดส่งข้อความหาเขาเพราะดูเหมือนว่าเขาไม่จากไปเสียที

 

 

 

 

เธอสงสัยตลอดมาถึงเหตุผลที่นายแพทย์สมเจตน์ยังอ่านข้อความของเธออย่างต่อเนื่อง และในขณะเดียวกันก็รู้สึกกลัวและวิตกกังวลในบางครั้งเพราะแพทเทิร์นในการส่งข้อความแจ้งว่าข้อความของเธอถูกอ่านแล้วเปลี่ยนไปในช่วง 2 ปีที่เธอส่งข้อความหาเขา (มันถี่มากขึ้น) เขาไม่เคยมาพบเธอด้วยตัวเองขณะที่ยังคงอ่านข้อความของเธออย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับเจตนาของเขา Ms. XYZ ไปที่โรงพยาบาลเจตนินหนึ่งครั้งเพื่อพบนายแพทย์สมเจตน์แต่ถูกพยาบาลคนหนึ่งที่อยู่ที่นั่น ณ เวลานั้นตั้งคำถามกับเธอในลักษณะค่อนข้างหยาบคาย Ms. XYZ บอกสามี (อดีตสามีในปัจจุบัน) ทันทีที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าเธอรู้สึกชอบนายแพทย์สมเจตน์ขณะที่เธอรับการรักษาอยู่ที่กรุงเทพฯ และเธอยังบอกเขาเรื่องที่เธอส่งข้อความหานายแพทย์สมเจตน์อีกด้วย

​Ms. XYZ เป็นภรรยาที่ไร้ที่ติและซื่อสัตย์ตลอดระยะเวลา 20 ปีของการสมรสหากไม่นับเรื่องการส่งข้อความไปหานายแพทย์สมเจตน์ และเธอได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว ในความเห็นของเธอ ณ จุดนึงอดีตสามีของเธอดูเหมือนจะพอใจที่เธอส่งข้อความหานายแพทย์สมเจตน์เพราะแสดงว่าเธอกำลังจดจ่อกับลูกสาวของเธอ นายแพทย์สมเจตน์ และงานการต่าง ๆ ภายในบ้าน เธอเพิ่งตระหนักได้ในภายหลังถึงเหตุผล (หลังจากที่เธอหยุดส่งข้อความเหล่านั้นแล้ว) ที่อดีตสามีของเธอไม่ได้ให้ความสนใจมากนักตอนที่เธอบอกเขาเรื่องที่เธอส่งข้อความหานายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ ในความเห็นของเธอ เธอคิดว่าการกระทำดังกล่าวของเธอไม่ได้ทำให้สามี (อดีตสามีในปัจจุบัน) รู้สึกอะไรมากนักเพราะนายแพทย์สมเจตน์เป็นแพทย์ของเธอและเขาไม่เคยมาพบเธอด้วยตัวเองจริง ๆ อดีตสามีของเธอในตอนนั้นที่ไม่มีอะไรให้เขาใช้กล่าวโทษเธอเพื่อเอาชนะในการโต้เถียงกันเลยก็เริ่มใช้เรื่องนี้มากล่าวโทษเธอเพื่อเอาชนะในการโต้เถียงกันบ่อย ๆ (ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย) แม้ว่าการจงใจยั่วยุดังกล่าวจะพิสูจน์ไม่ได้ด้วยหลักฐาน แต่ความคิดเห็นที่เธอมีต่ออดีตสามีได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเธอเมื่อพวกเขาได้เห็นพฤติกรรมของเขา และนายแพทย์สมเจตน์รู้เรื่องของเธอทุกอย่างจริง ๆ

Ms. XYZ ล้มป่วยภายในเวลาหนึ่งเดือนหลังจากที่เธอหยุดส่งข้อความหานายแพทย์สมเจตน์ อาการป่วยและปัญหาชีวิตสมรสเริ่มหนักหน่วงเกินไปและเธอตัดสินใจที่จะแยกทางกับทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม

เมื่อไม่นานมานี้ Ms. XYZ ได้ติดต่อโรงพยาบาลเจตนินเพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนายแพทย์สมเจตน์ และนายแพทย์สมเจตน์ได้นัดพูดคุยกับอดีตสามีของ Ms. XYZ ผ่านทาง Zoom เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 (ซึ่งได้แยกทางกันแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2565) ในการพูดคุยกันผ่าน Zoom นายแพทย์สมเจตน์ยืนยันว่าเขาเป็นผู้ที่อ่านข้อความทั้งหมด (เป็นเวลา 2 ปี) เธอมีเหตุผลที่จะเชื่อว่าเขายังคงอ่านข้อความที่เธอส่งไปที่บัญชีอินสตาแกรมของเขาเป็นครั้งคราว และด้วยข้อเท็จจริงนี้ Ms. XYZ ได้ส่งคำร้องเรียนเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบของนายแพทย์สมเจตน์ไปยังแพทยสภาแล้ว

ในความเห็นของเรา นายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ หาประโยชน์จากอารมณ์ความรู้สึกของเธอเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเธอไปจากความประมาทเลินเล่อของ Superior ART ไปที่ตัวเขาเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชย

 

 

 

 

หากนายแพทย์สมเจตน์มีความซื่อสัตย์ เขาจะต้องเล่าเรื่องนี้จากมุมมองของเขาซึ่งต้องมีอะไรมากกว่าแค่การอ่านข้อความ เพราะ Ms. XYZ เชื่อว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าแค่การอ่านข้อความซึ่งเขาเท่านั้นที่จะบอกได้ นายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ เพราะเขาอาจกำลังมีสภาวะสุขภาพจิตที่น่ากังขาและอาจไม่มีความเหมาะสมที่จะรักษาคนไข้ใด ๆ เลย เรารู้สึกเวทนานายแพทย์สมเจตน์ที่แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จและเป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ แต่เขายังรู้สึกว่าต้องทำตัวให้มีความสำคัญในชีวิตของ Ms. XYZ โดยวิธีที่ขี้ขลาดแทนที่จะแสดงความรับผิดชอบในการกระทำของเขาอย่างตรงไปตรงมา นายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ ต้องแสดงความซื่อสัตย์ต่อผู้คนรอบตัวเขา คนไข้ของเขา และที่สำคัญที่สุดต่อ Ms. XYZ นายแพทย์สมเจตน์ได้สร้างความเสื่อมเสียต่อจริยธรรมครอบครัวและวัฒนธรรมของประเทศของเขาอีกด้วย เราเชื่อว่าแพทเทิร์นในการส่งข้อความแจ้ง “อ่านแล้ว” ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดระยะเวลา 2 ปีที่มีการส่งข้อความมีความเป็นไปได้สูงที่จะเข้าข่าย การคุกคามทางจิตใจ นายแพทย์สมเจตน์กำลังสร้างตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับวงการแพทย์และแพทย์รุ่นต่อ ๆ ไปด้วยการไม่ออกมาอธิบายการกระทำของเขา เขากำลังใช้สถานะของเขาในทางที่ผิดและเย้ยหยันกฎหมาย หากนายแพทย์สมเจตน์ไม่มีอะไรต้องกลัว เขาควรไปที่สถานีตำรวจด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องรอให้ทางสถานีตำรวจติดต่อเขาก่อน

Ms. XYZ กำลังหาทนายเพื่อยื่นฟ้องร้องนายแพทย์สมเจตน์ มณีปาลวิรัตน์ (เธอไม่ต้องการและจะไม่รับการชดเชยเป็นตัวเงิน) แทบทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในคำแถลงนี้มีหลักฐานและเอกสารอ้างอิงสนับสนุน

bottom of page